ขั้นตอนการขอวีซ่า Non-Immigrant B (Non-B Visa) สำหรับการทำงานในประเทศไทย

วีซ่า Non-Immigrant B (Non-B Visa) เป็นวีซ่าที่ออกให้กับชาวต่างชาติที่ต้องการเข้ามาทำงานหรือทำธุรกิจในประเทศไทย โดยต้องมีนายจ้างหรือบริษัทในไทยเป็นผู้สนับสนุนการขอวีซ่า ขั้นตอนการขอวีซ่ามีดังนี้

1. ตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสาร

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามข้อกำหนดของรัฐบาลไทย เช่น มีนายจ้างหรือบริษัทที่สามารถออกจดหมายรับรองการทำงาน และตำแหน่งงานต้องเป็นไปตามกฎหมายแรงงานไทย

เอกสารที่ต้องเตรียม:

จากผู้สมัคร:

• หนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน

• แบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า (Visa Application Form)

• รูปถ่ายขนาด 4×6 ซม. (พื้นหลังขาว)

• สำเนาวุฒิการศึกษาและประสบการณ์การทำงาน

• จดหมายรับรองการจ้างงานจากบริษัทในไทย

• สำเนาสัญญาจ้างงาน

จากนายจ้าง/บริษัทในไทย:

• จดหมายรับรองการจ้างงาน ระบุเหตุผลในการจ้างงาน

• หนังสือรับรองบริษัท (Certificate of Incorporation)

• รายชื่อผู้ถือหุ้น (Shareholders List)

• งบการเงินย้อนหลัง (ถ้ามี)

• หลักฐานการเสียภาษีของบริษัท

• ใบอนุญาตประกอบธุรกิจ (ถ้ามี)

2. ยื่นคำร้องขอวีซ่าที่สถานทูตหรือสถานกงสุลไทย

• ผู้สมัครต้องยื่นคำร้องที่ สถานเอกอัครราชทูตไทยหรือสถานกงสุลไทยในประเทศของตน

• ชำระค่าธรรมเนียมวีซ่า (ราคาแตกต่างกันตามประเภทของวีซ่าและสถานที่ยื่น)

• ระยะเวลาพิจารณาวีซ่าประมาณ 5-10 วันทำการ

3. เดินทางเข้าไทยและเปลี่ยนเป็นวีซ่าระยะยาว (ถ้าจำเป็น)

• เมื่อได้รับวีซ่าแล้ว สามารถเดินทางเข้าไทยและจะได้รับวีซ่า Non-B แบบ 90 วัน

• ภายใน 90 วัน นายจ้างต้องช่วยดำเนินการ ขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) ที่กระทรวงแรงงาน

• หลังจากได้รับใบอนุญาตทำงาน สามารถขอต่อวีซ่าเป็น วีซ่าทำงาน 1 ปี ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Office)

4. การรายงานตัวและต่ออายุวีซ่า

• ผู้ถือวีซ่า Non-B ต้อง รายงานตัวทุก 90 วัน ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือใช้บริการออนไลน์ (ถ้ามี)

• เมื่อต้องการอยู่ต่อ สามารถ ต่ออายุวีซ่า 1 ปี ได้ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดยต้องมีเอกสารประกอบเพิ่มเติม เช่น หลักฐานเงินเดือนและภาษี

สรุป

การขอวีซ่า Non-B สำหรับการทำงานในไทยต้องมี นายจ้างในไทยเป็นผู้สนับสนุน และต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและกระทรวงแรงงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

หากต้องการความแน่นอน ควร ปรึกษาทนายความด้านตรวจคนเข้าเมือง หรือให้บริษัทนายจ้างช่วยดำเนินการเรื่องเอกสารให้ครบถ้วน